น่าทึ่ง! ทีมวิศวกรจาก UW พัฒนามือถือไร้แบต ไม่ต้องชาร์จเครื่องแรกของโลก

Advertisement
ข่าวไอทีอัพเดทวงการเทคโนโลยีของเราในวันนี้มีมาฝากกันอีกแล้วครับ ยังคงมีข่าวคราวและข้อมูลที่น่าสนใจมาให้ได้ติดตามกันตลอดเช่นเคย โลกของเรานั้นนับวันยิ่งจะมีแต่พัฒนาก้าวไกลมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นทุกวันนี้ผู้ใช้มือถือสมาร์ทโฟนทั่วโลกมักจะประสบปัญหาเดียวกันนั่นก็คือแบตเตอรี่ที่หมดไวเหลือเกิน แต่อนาคตเราอาจจะไม่ต้องพึ่งมันอีกต่อไปแล้ว เพราะทางด้านของ ทีมวิศวกรจาก University of Washington นั้นได้คิดค้นโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานได้โดยไม่ต้องพึ่งแบตเตอรี่เครื่องแรกของโลกได้สำเร็จแล้วครับ

 

โดยทางด้านของ ทีมวิศวกรจาก University of Washington ที่นำโดย Shyam Gollakota และ Vamsi Talla ได้ค้นคว้าวิจัยโทรศัพท์มือถือที่ใช้การดึงพลังงานนจากสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณวิทยุ แสงสว่างจากแผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก ทดแทนการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่แบบเดิม และมันก็สำเร็จ โดยมือถือที่ถูกสร้างขึ้นนี้ใช้พลังงานไฟฟ้าแค่ 3.5 ไมโครวัตต์ในการโทร
this-phone-needs-no-battery

Advertisement

โดยขั้นตอนที่ทางทีมวิศวกรให้ความสำคัญมากก็คือการหาวิธีแปลงสัญญานเสียงแบบอื่นมาใช้แทนการแปลงเสียงเป็นสัญญาณดิจิทัล  โดยพวกเขาเลือกใช้การสั่นสะเทือนแบบเดียวกับที่เกิดขึ้นในไมโครโฟน ด้วยการใช้เสาอากาศเป็นตัวรับคลื่นการสั่นสะเทือนจากนั้นจึงแปลงเป็นคลื่นวิทยุ ซึ่งวิธนี้ไม่ต้องใช้พลังงานแต่อย่างใด แต่มันก็ยังมีข้อเสียคือ ผู้ใช้ต้องกดเปลี่ยนโหมดเพื่สลับระหว่างโหมดพูดและฟัง คล้ายๆ กับวิทยุสื่อสารนั่นแหละครับ และจากการทดสอบพวกเขาสามารถโทรหากันได้จริง หรือ  Skype กันก็ได้ด้วย

this-phone-needs-no-battery

แต่ว่า มือถือไร้แบต ที่ว่านี้ยังคงต้องใช้สถานีรับส่งสัญญาณแบบพิเศษเพื่อโทรติดต่อหากัน แต่ทางผู้พัฒนาบอกว่า ข้อจำกัดนี้ไม่เป็นอุปสรรค เพราะในอนาคตสามารถนำสถานีรับส่งสัญญาณไปติดตั้งบนเสาโทรศัพท์หรือเสาสัญญาณ WiFi  ก็ได้ บ้านไหนมีเราเตอร์ WiFi  ก็สามารถใช้งานมือถือไร้แบตนี้ได้เลย แจ่มแจ๋วจริงๆ

this-phone-needs-no-battery

ทั้งนี้ มือถือไร้แบต ดังกล่าวยังคงเป็นเพียงรุ่นทดสอบเท่านั้นน่ะครับ  มัยยังคงต้องได้รับการพัฒนาอีกมาก เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการใช้งาน แต่ก็ถือเป็นก้าวแรกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย  วันหนึ่งเราอาจจะไม่ต้องมีสายชาร์จมือถือหรือว่าแบตเตอรี่สำรองให้หนักกระเป๋าอีกแล้ว

ที่มา : techradar

แสดงความเห็น