10 อันดับ! YouTuber ทำรายได้มากที่สุดในโลก ประจำปี 2016

กลับมาพบกันอีกครั้งกับเรื่องราวของความเป็นที่สุดในโลกของเราในวันนี้ครับ

Advertisement
ยังคงมีเรื่องราวที่น่าสนใจจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้ติดตามรับชมกันอย่างจุใจเช่นเคย โลกของเรานั้นเต็มไปด้วยสิ่งอัศจรรย์ สถิติโลก และการจัดอันดับใหม่ๆ เสมอ ล่าสุดทางด้านของ Forbes นิตยสารจอมจัดอันดับชื่อดังได้เผยรายชื่อ YouTuber ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลก ประจำปี 2016  ออกมาให้เราได้เห็นกัน ดูรายได้แต่ละคนแล้วมันน่าตกใจจริงๆ เพราะมันเยอะมากๆ

 

 

ในยุคของโซเชี่ยลและคอนเทนท์ออนไลน์นั้นการจะหารายได้ไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องง่าย แต่หลายคนก็ประสบความสำเร็จได้ โดยเฉพาะการทำคลิปลง   YouTube  ที่ถือว่าเป็นช่องทางทำงนมหาศาสสำหรับเหล่านักคิดสร้างสรรค์ ชนิดที่ว่าถ้ามีชื่อเสียงมีคนติดตามเยอะแล้วคุณจะรวยไม่รู้ตัวกันเลยทีเดียว เพื่อให้เห็นว่ารายได้นั้นมหาศาลขนาดไหนวันนี้เราจึงนำเอา 10 อันดับ YouTuber ทำรายได้มากที่สุดในโลก ประจำปี 2016  ที่จัดอันดับโดย Forbes มาให้ชมกันครับ

10 อันดับ! YouTuber ทำรายได้มากที่สุดในโลก ประจำปี 2016

นี่คือทั้งหมดของ 10 อันดับ YouTuber ทำรายได้มากที่สุดในโลก ประจำปี 2016 ที่   Forbes จัดอันดับนับมาถึงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รายได้ของแต่ละคนนั้นจะอยู่ที่เท่าไหร่มาชมกันเลยครับ

9.  Colleen Ballinger รายได้ $5,000,000 หรือราว 178,000,000 บาท (ร่วม)

9.  Rhett and Link รายได้ $5,000,000 หรือราว 178,000,000 บาท (ร่วม)

7.  German Garmendia รายได้ $5,500,000 หรือราว  196,000,000 บาท (ร่วม)

7.  Markiplier รายได้ $5,500,000 หรือราว 196,000,000 บาท (ร่วม)

5. Tyler Oakley รายได้ $6,000,000 หรือราว 214,000,000 บาท (ร่วม)

 

5. Rosanna Pansino รายได้ $6,000,000 หรือราว 214,000,000 บาท (ร่วม) 

4. Smosh รายได้ $7,000,000 หรือราว 249,000,000 บาท

3. Lilly Singh รายได้ $7,500,000 หรือราว 267,000,000 บาท

2. Roman Atwood รายได้ $8,000,000 หรือราว 285,000,000 บาท

1. PewDiePie รายได้ $15,000,000 หรือราว 535,000,000 บาท

แน่นอนว่าช่องฮิตสุดโด่งดังอย่าง  PewDiePie  นักแคสเกมส์ระดับซูเปอร์สตาร์ชาวสวีเดนนั้นครองอันดับหนึ่งเป็น  YouTuber ที่ทำรายได้มากที่สุดในโลก และรายได้นั้นมหาศาลมากๆ แต่ข่าวฮือฮาก่อนหน้านี้ออกมาว่าเขาจะลบช่องตัวเองด้วยน่ะ เป็นไงก็ลองดูในคลิปก็แล้วกัน

 

ที่มา : forbes

 

Advertisement

แสดงความเห็น