ออสเตรเลีย! พบหลุมอุกกาบาตใหญ่ที่สุดในโลก

Advertisement
กลับมาพบกันอีกครั้งกับเรื่องราวของความเป็นที่สุดในโลกของเราในวันนี้ครับ ยังคงมีเรื่องราวที่น่าสนใจจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้ติดตามรับชมกันอย่างต่อเนื่องเช่นเคย  โลกของเรายังคงเต็มไปด้วยเรื่องที่น่าสนใจมากมาย วันนี้เรามีอะไรมาฝากกันไปดูกันเลยครับ

ล่าสุดมีข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบรอยแผลลึกในแผ่นเปลือกโลก ในประเทศออสเตรเลีย จำนวน 2  รอยด้วยกัน โดยเชื่อกันว่ามันเป็นรอยหลงเหลือของหลุมอุกกาบาตขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางยาวกว่า 250 ไมล์ นับว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาหรือใหญ่ที่สุดในโลกเลยทีเดียว

โดยรอยหลุมอุกกาบาตที่ว่านี้ถูกค้นพบบริเวณลุ่มน้ำ Warburton Basin ระหว่างเขตแดนรัฐเซาท์ออสเตรเลีย กับรัฐควีนส์แลนด์ และ นอร์ทเทิร์นเทร์ริทอรี มีความลึกราว 1.2 ไมล์ใต้ผิวโลก  ซึ่งนักวิทยาศาสตร์นั้นค้นพบหลุมแห่งนี้มานากว่า 5 ปีแล้ว แต่ว่าในตอนนั้นพวกเขาเชื่อว่ามันเป็นเพียงแค่ร่องรายของงอุกกาบาต ขาดใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกเท่านั้น  แต่เมื่อดูจากหลักฐานใหม่ที่พบในปัจจุบันนั้นนักวิทยาศาสตร์พบว่า รอยหลุมที่เป็นแผลของเปลือกโลกดังกล่าวมี 2 รอย โดยแต่ละรอยนั้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด  120 ไมล์ เชื่อว่าเกิดจากอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่แตกออกเป็น 2 ส่วนก่อนที่จะตกประทบพื้นผิวเปลือกโลก
ออสเตรเลีย-พบหลุมอุกกาบาตใหญ่ที่สุดในโลก

เกี่ยวกับเรื่องนี้ทางด้านของ ดร. แอนดรูว์ กลิคสัน จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย ออกมาเปิดเผยว่า รอยแผลดังกล่าวอาจจะเกิดจากอุกกาบาตก้อนเดียวที่แตกออกเป็น 2 ส่วน ตกกระทบพื้นโลก ในส่วนของตัวหลุมนั้นมันได้เลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ตัวอย่างที่พบจากรอยแผลของทั้ง 2 รอยจากการขัดวิจัยเรื่องความร้อนของโลก ทำให้เชื่อว่ามันเป็นเช่นนั้น

ดร.กลิคสัน กล่าวว่า อุกกาบาตที่ตกลงพื้นโลกทั้ง 2 ส่วนจะต้องมีขนาดใหญ่กว้างมากกว่า  10 กิโลกเมตร และอาจจะทำให้สิ่งมีชีวิตหลายสายพันธุ์ในยุคนั้นต้องสูญสิ้นไป การตกกระทบครั้งยิ่งใหญ่นี้ อาจจะมีบทบาทที่สำคัญต่อวิวัฒนาการของโลก มากกว่าที่เราเคยคิดกันเอาไว้

อย่างไรก็ตาม ดร.กลิคสัน ยังบอกอีกด้วยว่า นี่เป๋นเรื่องที่ลึกลับพอสมควร เพราะเราไม่พบสาเหตุกาณ์การสูญพันธ์ุครั้งใหญ่ ที่สอดคล้องกับการชนโลกของอุกกาบาตลูกนี้ เขาจึงตั้งขอสงสัยว่าการตกกระทบของอุกกาบาตลูกนี้อาจจะเกิดมานานกว่า 300 ล้านปี มาแล้ว สำหรับผลการวิจัยเรื่องนี้นั้นจะได้รับการตีพิมพ์ลงในวารสาร Tectonophysics ด้วยน่ะครับ ลองไปหามาอ่านกันได้

งานนี้ถือว่าน่ากลัวเหมือนกันน่ะครับ เหตุการณ์แบบนี้อาจจะเกิดขึ้นอีกเวลาไหนก็ได้ มนุษย์เราเปรียบเหมือนกับจุดเล้กๆ จุดหนึ่งเท่านั้นหากเปรียบกับโลกและสิ่งต่างๆ บนจักรวาล

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

Advertisement

แสดงความเห็น