ทุบสถิติ! ประมูลผลงานศิลปะจีนที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก

Advertisement
กลับมาพบกันอีกครั้งแล้วกับเรื่องราวของความเป็นที่สุดในโลกของเราในวันนี้ครับ ยังคงรวบครวมเอาเรื่องราวของความเป็นที่สุดจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้ติดตามรับชมกันอย่างต่อเนื่องเช่นเคย สำหรับวันนี้เราจะพาไปชมงานศิลปะจีนที่ได้รับการประมูลในราคาที่สูงจนทำลายสถิติเป็นงานศิลปะจีนที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก สำหรับม่านแขวนประดับฝาผนัง หรือเรียกว่าทังกา อายุราว 600 ปี  การประมูลมีขึ้นในวันที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมาครับ

โดยทางด้านของสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ม่านแขวนประดับฝาผนัง หรือเรียกว่าทังกา อายุราว 600 ปี ที่ปักขึ้นด้วยเส้นไหมสีทองและแดง ได้รับการประมูลไปในราคา 348 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 1,440ล้านบาท เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ทำลายสถิติโลกกลายเป็นผลงานศิลปะจีนที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก ซึ่งผู้ที่ประมูลได้ไปคือ นายหลิว อี้เฉียน เศรษฐีชาวจีน ทั้งนี้นายหลิวจะนำเอาผลงานศิลปะที่ประมูลได้นี้ไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์หลงของเขาในนครเซี่ยงไฮ้
ทุบสถิติ-ประมูลผลงานศิลปะจีนที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก

การประมูลดังกล่าวนี้จัดขึ้นโดยบริษัทประมูลคริสตีส์ ชื่อดัง ซึ่งได้จัดประมูลทังกางานศิลปะที่ได้รับหารทอขึ้นด้วยเส้นไหมสีทองและแดงในช่วงสมัยราชวงศ์หมิงระหว่างปี พ.ศ.1945-1967 เป็นหนึ่งในทังกา 3 ผืน ที่ได้มาจากวัดโจคัง ในกรุงลาซา เมืองหลวงของทิเบต ทังกาดังกล่าวได้รับการปักเป็นรูปเทพเจ้ารักตยามารี หรือเป็นที่รู้จักกันในนามของเทพผู้พิชิตความตาย ยืนเหยียบอยู่บนหลังกระบือ เป็นผลงานศิลปะที่มีความเก่าแก่และงวดงามมากๆ ทำลายสถิติโลกเป็น ผลงานศิลปะจีนที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก 

สำหรับนาย นายหลิว อี้เฉียน เศรษฐีชาวจีน วัย 50 ปี รายนี้เดิมเขาเคยเป็นคนขับแท็กซี่มาก่อน และได้ผันตัวเองมาเป็นนักการเงินจนทำให้กลายเป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศจีน และเป็นหนึ่งในเศรษฐีที่คอยกว้านซื้อผลงานศิลปะจากทั่วโลก ด่อนหน้านี้ในช่วงเดือนเมษายนนายหลิวเพี่งได้ประมูลชามตราไก่ของราชวงศ์หมิง ที่ทำลายสถิติเป็นเครื่องเคลือบจีนโบราณที่ได้รับการประมูลสูงที่สุดในโลก ในราคา 36.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,168ล้านบาท

งานศิลปะโบราณล้ำค่านั้นนับเป็นของที่หายากและเป็นที่ต้องการจนทำให้มีคนที่ยอมทุ่มงบจำนวนมหาศาลเพื่อให้ได้ครอบครองผลลงานศิลปะเหล่านี้   คนรวยๆ เหล่านี้เขาไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรกันหรือเปล่าน่ะครับ ซื้อของที่นี่ต้องแพงที่สุดในโลกกันไปเลยทีเดียว

อ้างอิงจาก : เดลินิวส์ออนไลน์

Advertisement

แสดงความเห็น